In Search For a Full Living

ขอเชิญชวนเพื่อนมาฟัง Public Talk เนื่องในโอกาสดีๆที่พี่ณัฐมาเยี่ยมเยือนบ้านตีโลปะ

In Search For a Full Living
"แสวงหาชีวิตที่เต็มเปี่ยม"
โดย ณัฐฬส วังวิญญู
ศุกร์ที่ ๑๙ มีนาคม เวลา ๑ ทุ่มตรง ณ บ้านตีโลปะ



"การค้นหาทางจิตวิญญาณของผมไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรไว้ แต่การเดินทางตามสัญชาตญาณสามัญของคนธรรมดาคนหนึ่ง เพียงแค่ความคิดที่...ว่า "มันน่าจะมีอะไรที่มีคุณค่ามากกว่าชีวิตประจำวันที่เป็นมา และรอคอยเราอยู่" ก็ทำให้ผมออกค้นหา บางทีสัญชาตญานของมนุษย์อาจจะไม่ใช่เพียงเพื่ออยู่รอดเท่านั้น แต่ร้องเรียกให้เราเข้าหาการดำรงอยู่ที่เต็มเปี่ยม เพราะจิตวิญญาณที่ขาดพร่องแหว่งหวิ่นอยู่นั้นจะไม่ยอมอยู่นิ่งหรือดูดายตัวเองให้เน่าผุอยู่กับที่เป็นแน่ การค้นหาอาจนำเราไปสู่การยอมรับบางอย่างที่ดูไกลแต่ใกล้ ดูเหมือนภายนอกหากแฝงฝังอยู่ด้านในก็ได้ การหยุดแสวงหาและไขว่คว้าทางจิตวิญญาณอาจนำมาซึ่งความอิ่มเอมของหัวใจได้บ้าง แต่นั่นก็หาได้ให้ความรู้สึกมั่นคงหรือความแน่นอนใจได้ แม้จำต้องเดินวนและเวียนว่ายอย่างไร้หลักหมายใดๆ แต่การได้ใช้ชีวิตอย่างเลื่อนไหลและค่อยๆไปด้วยความตื่นรู้บ้างหรือหลับไหลบ้างก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางแล้ว" ณัฐฬส วังวิญญู

พบกับพี่ชายที่แสนอบอุ่น กัลยาณมิตรอยู่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ซึ่งยากที่จะหาใครในแวดวงการศึกษาทางเลือกและการทำงานเพื่อสังคม ที่จะไม่รู้จักนักเดินทางบนหนทางแห่งการ "ศิโรราบ" คนนี้ รับฟังการเปลือยใจของพี่ณัฐ ซักถาม และเค้น-คั้นกันได้ด้วยไมตรีจิต

ศุกร์ที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๓ ๑๙.๐๐-๒๑.๐๐น. ณ บ้านตีโลปะ ชั่วโมงแรกเป็นปาฐกถา ชั่วโมงถัดไปเป็นถาม-ตอบ
สมทบทุนเข้าร่วมกิจกรรม ๑๐๐-๒๐๐ บาท สำรองที่ล่วงหน้าที่ refish@tilopahouse.com บ้านรับน้ำหนักได้จำกัดเพียง ๒๕ ท่าน

**กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า หากโผล่มาโดยมิได้นัดหมาย เก็บค่าเข้าร่วม ๕๐๐ บาท

ยามไม่รู้ตัว

ยามที่เราไม่รู้ตัว เราไม่รู้ตัวจริงๆ ถึงใครจะบอกจะเตือนยังไงเราก็ไม่รู้ตัว อ่านหนังสือธรรมะหรือฟังเทศน์พอให้รู้สึกดีกับตัวเอง เราก็ยังคงไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้ยิน รู้สึกตัวไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความกล้าในการมอง ความจริงใจ และการเปิดรับอย่างละเอียดลออ รู้ตัวแต่ละทีก็เจ็บและน่าอายไม่ใช่เล่น แถมจะรู้ก็รู้ได้ด้วยใจที่เปราะบางของตนเองเท่านั้น ไม่มีทางที่ใครจะทำให้กันได้

อโหสิกรรม

การขออโหสิกรรมไม่ใช่การบีบคอให้คนอื่นให้อภัยเรา "ให้อภัยฉันเดียวนี้นะ ไม่รู้ล่ะว่าฉันทำผิดหรือเปล่า แต่เธอต้องพร้อมให้อภัยสิ เพราะฉะนั้นฉันขออโหสิกรรม" จะขออโหสิกรรม ผู้ขอต้องมีจิตใจที่สำนึกถึงสิ่งที่ได้ทำลงไป จิตใจที่อ่อนโยนในการขอโทษต่อใจตัวเองที่เคยหยาบกระด้างและมองข้ามหลายสิ่งหลายอย่างไป การขออโหสิกรรมเป็นการขอร้องไม่ใช่การเรียกร้อง ที่กระบวนการของการขอสำคัญยิ่งกว่าผลว่าเราจะได้รับอโหสิกรรมหรือไม่ และแม้ได้รับอโหสิกรรมแล้ว ความสำนึกและตระหนักรู้นั้นก็ไม่เคยเลือนหายไปจากใจอันละเอียดอ่อนของผู้ขอเลย

FISH LISTEN

PASSION ไฟต้ณหา
กัญญา ลิขนสุทธิ์ และ วิจักขณ์ พานิช
๒๑-๒๔ มกราคม ๒๕๕๓

ฟังไฟล์เสียง
(๑) PASSION ในการภาวนา
(๒) ช่วงถามตอบ

 

เมล็ดพันธุ์ภาวนา
โดย โจน จันได (และ วิจักขณ์ พานิช)
๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๒

ฟังไฟล์เสียง
(๑)
ความเข้าใจในตนเองกับความง่ายของชีวิต
(๒) การเผชิญหน้าความกลัว
(๓) การพึ่งตัวเองหมายถึงการพึ่งกันเองด้วย
(๔) เมล็ดพันธุ์ภาวนา
(๕) ช่วงสนทนาแลกเปลี่ยน