สิงหาคม ๒๕๕๒

บทนำ
งวลล กลลวง: ชีวิตและคำสอนของมหาสิทธานาโรปะ

โดย วิจักขณ์ พานิช

คำ ถามที่ดี คือคำถามที่รู้สึกดีที่ได้ถาม แต่หาได้มีคำตอบตายตัวให้เราได้พึงใจในทันทีไม่ ชีวิตทางจิตวิญญาณคือชีวิตที่อุดมไปด้วยคำถามเหล่านั้น ดังที่พระบรมศาสดาได้แสดงเป็นแบบอย่างของผู้แสวงหาความจริง ที่ไม่ตอแหล ไม่ดัดจริต และไม่ ”ปกติ”

น่าแปลกที่“แรงดลใจ” ของคน คนหนึ่งกลับเป็นอะไรที่อยู่ในรูปของคำถามเช่นเดียวกัน เพราะอะไรที่ใจถูกดลก็มักจะอยู่เหนือตรรกะเหตุผล จนนำใจเราไปสู่การเดินทางแสวงหา สัมผัสและดื่มด่ำไปในประสบการณ์การลองผิดลองถูกของคนเดินดินธรรมดาคนหนึ่ง ที่เราก็ไม่ยักรู้ว่าเป้าหมาย หรือคำตอบสุดท้ายของมันคืออะไร หากใครถามเราว่ามีแรงดลใจอะไรในชีวิต นั่นเป็นคำถามที่น่าสนใจ เพราะมันเป็นคำถามที่นำไปสู่คำถามอันรู้สึกดีที่ได้ถาม นั่นคือ “แรงดลใจ” ที่คงปราศจากคุณค่าและไร้ซึ่งเนื้อหาสาระ หากใจยังกล้าๆกลัวๆที่จะออกเดินทางสู่ทิศตะวันออกที่ทอดยาวรอเราอยู่เบื้อง หน้า

เข็มทิศรู้ดีรู้ชั่ว รู้ถูกรู้ผิด กับหลักธรรมที่เราศึกษาร่ำเรียนกันมาเป็นอย่างดี จำเป็นต้องถูกซึมซับเข้าไปอยู่ในเนื้อในตัว จนสลายขั้วกลายเป็นความนุ่มนวลอ่อนโยน ต่อทุกประสบการณ์ชีวิต และต่อทุกผู้คนที่ผ่านเข้ามาอย่างไม่ขัดขืน นั่นคือเข็มทิศอันจริงแท้ของผู้ปฏิบัติที่จะชี้ไปยังทิศแห่งปัจจุบันขณะเสมอ แต่กว่าการซึมซับเข้าสู่เนื้อสู่ตัวจะเกิดขึ้นได้อย่างจริงใจเป็นธรรมชาติ การถูกตบหน้าจนสลบครั้งแล้วครั้งเล่าจำเป็นต้องเกิดขึ้น กระบวนการทั้งหมดช่างเป็นเรื่องเจ็บแสบปนตลกขบขัน เป็นความน่าอับอายขายขี้หน้า ที่ยากจะรับได้ของเส้นทางการขัดเกลาตน ความขรุขระ เทอะทะ หยาบกระด้าง จะค่อยๆถูกเจียระไนให้เนียน ใส และคมชัดด้วยวงล้อวัฏสงสาร เจ็บ ปวด แตก สลาย กลายเป็นพลังแห่งความตื่นจากการเข้าไปสัมผัสทุกขสัจจ์อย่างตรงไปตรงมา เปิดลอกม่านบังตาทางตรรกะออกทีละชั้น จนเราสามารถเห็น สัมผัส และดื่มด่ำโลกด้วยใจที่เปล่า ปล่อย และเปลือยแท้จริง

“อย่าได้สับสน ความพึงใจในนิโรธ โดยปราศการเอาชีวิตเข้าแลกบนอริยมรรค” เส้นทางการแสวงหา “ครู” ไม่ได้ถูกโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ ไม่ได้มีไว้ให้หลับๆตื่นๆ งงๆและงมงายไปวันๆ ไม่ได้มีไว้ให้กับ “ผู้รู้” ผู้ไม่ยอมลงมาเนียนัว เกลือกกลั้วกับดินโคลนแห่งประสบการณ์ชีวิตเพราะกลัวเจ็บ

หนังสือ เล่มนี้เต็มไปด้วยถ้อยคำประหลาด ไม่ต่างกับการพบเจอหญิงอัปลักษณ์ ๓๗ ประการ ที่พูดอะไรไม่รู้เรื่อง เราอาจจะรู้สึกรังเกียจ และไล่เตะหญิงอัปลักษณ์ (และหนังสือเล่มนี้) ไปอย่างไม่ใยดี แต่บางทีเงามืดของเธอที่ทอดทับโลกที่คาดเดาได้ของเรา อาจเข้ามาเสียดสีให้เรารู้สึกระคายเคือง เกิดเป็นคำถามกับตัวเอง ที่รู้สึกดีที่ได้ถาม จนอาจนำไปสู่การเดินทางออกตามหา “ตีโลปะ” ก็ได้ใครจะไปรู้

และผมก็แอบหวังเช่นนั้นอยู่ลึกๆ…


วิจักขณ์ พานิช
สิงหาคม ๒๕๕๒

r